พุยพุย

วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บันทึการเรียนครั้งที่ 10 

วันจันทร์ ที่ 17 เดือนตุลาคม พ.ศ.2559( เวลา 14.30-17.30น.)


เนื้อหาที่เรียน

       ในสัปดาห์นี้อาจารย์ได้ให้ไปทำแบบสอบถามการให้การศึกษาผู้ปกครองของเด็กปฐมวัย  โดยกลุ่มเราได้ช่วยกันระดมความคิดและส่งแบบสอบถามไปให้อาจารย์ตรวจเรียบร้อย จากนั้นก็ได้แบ่งแบบสอบถามกันไปถามผู้ปกครองของเด็กปฐมวัย




แบบสอบถามผู้ปกครอง








ตอนที่ 1 เป็นการถามข้อมูลส่วนตัวของผู้ปกครอง









ตอนที่ 2 เป็นข้อมูลความต้องการของผู้ปกครองที่มีต่อการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย










ตอนที่ 3 เป็นข้อเสนอแนะเพิ่มเติม







วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนครั้งที่ 9 

วันจันทร์  ที่ 10 เดือนตุลาคม พ.ศ.2559 (เวลา 14.00-17.30น.)


เนื้อหาที่เรียน
      การเขียนโครงการการให้ความรู้ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย  โดยอาจารย์ให้อธิบายการเขียนโครงการ จากนั้นให้นักศึกษษแบ่งกลุ่มเป็น 5 กลุ่ม ร่างโครงการที่แต่ละกลุ่มจะทำ เมื่อเขียนโครงการเสร็จ ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอโครงการ


ตัวอย่างการเขียนโครงการ








รูปแบบการเขียนโครงการ





กลุ่มที่ 1 โครงการฟ.ฟัน ฟันสวย





กลุ่มที่ 2 โครงการการใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย





กลุ่มที่ 3 หนังสือนิทานสร้างสรรค์สานสัมพันธ์สู่ครอบครัว




กลุ่มที่ 4 อาหารเด็กวัยใส




กลุ่มที่ 5 สื่อรักแสนสนุก  เสริมสร้างเพื่อลูกน้อย

                                     



บรรยากาศการเรียนในห้องเรียน





การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
- การเขียนโครงการให้ความรู้ผู้ปกครอง เป็นการเขียนโครงเพื่อให้ความรู้ผู้ปกครองเช่น ในชุมชน ในสวนสาธารณะ โดยใช้แบบสอบถาม   แบบสัมภาษณ์ 

การประเมินผล
ประเมินตนเอง : สำหรับการเรียนวันนี้ก็ตั้งใจทำงานช่วยเพื่อนเขียนโครงการ 
ประเมินเพื่อน  :  วันนี้เพื่อนๆหลายคนก็ตั้งใจเขียนโครงการ หลายกลุ่มก็เขียนออกมาได้ดี
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์อธิบายการเขียนโครงการละเอียดดี มีตัวอย่างทำให้ดู



บันทึกการเรียนครั้งที่ 9 

วันจันทร์  ที่ 10 เดือนตุลาคม พ.ศ.2559 (เวลา 14.00-17.30น.)


เนื้อหาที่เรียน
      การเขียนโครงการการให้ความรู้ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย  โดยอาจารย์ให้อธิบายการเขียนโครงการ จากนั้นให้นักศึกษษแบ่งกลุ่มเป็น 5 กลุ่ม ร่างโครงการที่แต่ละกลุ่มจะทำ เมื่อเขียนโครงการเสร็จ ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอโครงการ


ตัวอย่างการเขียนโครงการ








รูปแบบการเขียนโครงการ





กลุ่มที่ 1 โครงการฟ.ฟัน ฟันสวย





กลุ่มที่ 2 โครงการการใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย





กลุ่มที่ 3 หนังสือนิทานสร้างสรรค์สานสัมพันธ์สู่ครอบครัว




กลุ่มที่ 4 อาหารเด็กวัยใส




กลุ่มที่ 5 สื่อรักแสนสนุก  เสริมสร้างเพื่อลูกน้อย




บรรยากาศการเรียนในห้องเรียน





การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
- การเขียนโครงการให้ความรู้ผู้ปกครอง เป็นการเขียนโครงเพื่อให้ความรู้ผู้ปกครองเช่น ในชุมชน ในสวนสาธารณะ โดยใช้แบบสอบถาม   แบบสัมภาษณ์ 

การประเมินผล
ประเมินตนเอง : สำหรับการเรียนวันนี้ก็ตั้งใจทำงานช่วยเพื่อนเขียนโครงการ 
ประเมินเพื่อน  :  วันนี้เพื่อนๆหลายคนก็ตั้งใจเขียนโครงการ หลายกลุ่มก็เขียนออกมาได้ดี
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์อธิบายการเขียนโครงการละเอียดดี มีตัวอย่างทำให้ดู



วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559


บันทึกการเรียนครั้งที่ 8 

วันจันทร์ ที่ 4 เดือนตุลาคม พ.ศ.2559 (เวลา14.30-17.30 น.)


เนื้อหาที่เรียน

            วันนี้เป็นการนำเสนองานวิจัยเกี่ยวกับการให้การศึกษาผู้ปกครอง เป็นงานกลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มได้ไปศึกษาค้นคว้ามานำเสนอในวันนี้ มีทั้งหมด 7 กลุ่ม ก่อนการนำเสนออาจารย์ก็แจกแบบประเมินการนำเสนองาน ให้ประเมินให้เพื่อนๆและกลุ่มของตัวเองด้วย เมื่อนำเสนองานเสร็จอาจารย์ก็สรุปเกี่ยวกับการนำเสนอวิจัย ส่งงานวารสารให้ผู้ปกครอง 



  งานวิจัย เรื่อง  การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะของผู้ปกครองกับพฤติกรรม การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน โรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่ เขตคลองเตย  กรุงเทพมหานคร

การศึกษาระดับ : มหาบัณฑิต
มหาวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ปีที่ทำวิจัย : 2554
ผู้วิจัย :  วิวรรณ  สารกิจปรีชา

บทนำ

ความสำคัญและความเป็นมาของปัญหาการวิจัย

ประเด็นที่ 1 เพื่อศึกษาคุณลักษณะของผู้ปกครองนักเรียนโรงเรีนอนุบาลกุ๊กไก่ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ได้แก่ อาชีพ ระดับการศึกษาและการบริการทางวิชาการ

ประเด็นที่ 2 เพื่อศึกษาพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรีนอนุบาลกุ๊กไก่ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ใน 6 ด้าน ได้แก่ การอบรมเลี้ยงดูเด็ก การติดต่อสื่อสาร การอาสาสมัคร การเรียนรู้ที่บ้าน  การตัดสินใจและการมีส่วนร่วมกับชุมชน

ประเด็นที่ 3 เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะของผู้ปกครอง ได้แก่ อาชีพ ระดับการศึกษา และการรับบริการทางวิชาการกับพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนนักเรียนโรงเรีนอนุบาลกุ๊กไก่ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร


ประเด็นที่ 4 เพื่อศึกษาตัวแปรที่สามารถทำนายพฤติกรรมการมีส่วนร่วมผู้ปกครองในการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรีนอนุบาลกุ๊กไก่ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์ของการวิจัย 
1.จัดประสบการณ์ที่เน้นให้เด็กเรียนเกี่ยวกับสิ่งที่คุ้นเคยและเกิดขึ้นหรือมีอยุ่ในชีวิตประจำวันของเด็ก
2.จัดประสบการณ์ให้เด็กเรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย
3.จัดสภาพแวดล้อมให้เด็กเรียนได้ทุกแห่งในโรงเรียน
4.ให้เด็กได้เรียนรู้ในสิ่งที่เด็กสามารถพบเห็นและเรียนรู้ทั่วไปไม่จำกัดเฉพาะในโรงเรียนเท่านั้น
5.จัดให้เด็กมีโอกาสเรียนรู้จากกิจกรรมเสรีของเด็กและกิจกรรมที่กำหนดกฎเกณฑ์อย่างสมดุล
6.จัดให้เด็กมีโอกาสทั้งภายในและนอกห้องเรียน

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
การให้ความรู้ด้านการพัฒนานักเรียนเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้ปกครองได้เป็นอย่างดี จะส่งผลให้ผู้ปกครองเลี้ยงดูได้ถูกต้องและมีพัฒนาการที่ดี จะส่งผลให้ผู้ปกครองเลี้ยงดูได้ถูกต้องและมีพัฒนาการที่ดี วิธีการให้ความรู้ความสามารถทำได้อย่างหลากหลาย ส่วนการให้ความรู้ทั่วไปสามารถจัดทำเป็นรูปแบบวารสาร การอบรมสัมมนา การจัดป้ายนิเทศ ซึ่งควรเป็นการให้บริการที่หลากหลายและน่าสนใจ

ขอบเขตของการศึกษาวิจัย
1.ขอบเขตด้านเนื้อหา
การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะของผู้ปกครองกับพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ในการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนอนุบาลกุ๊กไก่ เขตคลองเตย  กรุงเทพมหานคร  จำแนกตามคุณลักษณะผู้ปกครองด้านอาชีพ  ระดับการศึกษา และการรับบริการทางวิชาการ
2.ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า
ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย
2.1 ประชากร ได้แก่ ผู้ปกครองของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่ เขตคลองเตย  กรุงเทพมหานคร 
2.2 กลุ่มตัวอย่าง  ผู้ปกครองของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่ เขตคลองเตย  กรุงเทพมหานคร ที่มีบุตรหลานกำลังศึกษาในระดับชั้นอนุบาล 1 – ชั้นอนุบาลปีที 3 ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2553 จำนวน 199 คน

ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย
ตัวแปรอิสระ คือ คุณลักษณะผู้ปกครอง
1.อาชีพ
1.1 รับราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ
1.2 พนักงานเอกชน
1.3 ทำงานส่วนตัว
2.ระดับการศึกษา
2.1 ปริญญาตรีและต่ำกว่า
2.2 สูงกว่าปริญญาตรี
3.การรับบริการทางวิชาการ
3.1ความรู้ในการพัฒนานักเรียน
3.2ความรู้ทั่วไป
ตัวแปรตาม คือ พฤติกรรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนซึ่งประกอบด้วย
1.การอบรมเลี้ยงดูเด็ก
2.การติดต่อสื่อสาร
3.การอาสาสมัคร
4.การเรียนรู้ที่บ้าน
5.การตัดสินใจ
6.การมีส่วนร่วมกับชุมชน

นิยามศัพท์เฉพาะ
1.โรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่ หมายถึง โรงเรียนเอกชนที่จัดการศึกษาปฐมวัยสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ทำการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1- ชั้นอนุบาลปีที่ 3
2.ผู้ปกครอง หมายถึง พ่อแม่หรือญาติพี่น้องหรือบุคคลอื่นที่ให้การอุปการะ เลี้ยงดูเด็กเป็นผู้ให้ความรัก ความเอาใจใส่ อบรมสั่งสอน ตลอดจนให้การศึกษาแก่เด็ก
3.นักเรียน หมายถึง เด็กที่กำลังศึกษาในระดับปฐมวัยวัย (ชั้นอนุบาลปีที่ 1-3) ภาคเรียน
ที่ 1 ปีการศึกษา 2553 ในโรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่ เขตคลองเตย  กรุงเทพมหานคร 
4.คุณลักษณะของผู้ปกครอง หมายถึง สถานะของบุคคลของผู้ปกครองนักเรียนในโรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีอยู่ในตัวตามสภาพของแต่ละบุคคล ได้แก่ อาชีพ  ระดับการศึกษา และการรับบริการทางวิชาการ
5.พฤติกรรมกรมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน หมายถึง การกระทำหรืออาการแสดงออกในการที่ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ
วิธีดำเนินการวิจัย
ประชากร ได้แก่ ผู้ปกครองของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่ เขตคลองเตย  กรุงเทพมหานคร 
กลุ่มตัวอย่าง
ผู้ปกครองของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่ เขตคลองเตย  กรุงเทพมหานคร ที่มีบุตรหลานกำลังศึกษาในระดับชั้นอนุบาล 1 – ชั้นอนุบาลปีที 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 จำนวน 199 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยได้สร้างและพัฒนาขึ้นเป็นแบบสอบถาม 3 ตอนคือ
ตอนที่ 1 เป็นข้อมูลเกี่ยวกับคุณลักษณะผู้ปกครอง ได้แก่ อาชีพ และระดับการศึกษาเป็นแบบตรวจสอบรายการ (Checklist)
ตอนที่ 2 แบบสอบถามการรับบริการทางวิชาการ การรับความรู้ในการพัฒนานักเรียนและการรับความรู้ทั่วไปของผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่ เขตคลองเตย  กรุงเทพมหานคร โดยผู้วิจัยสร้างแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า มี 5 ระดับ คือ น้อยที่สุด น้อย ปานกลาง มากและมากที่สุด

การดำเนินการวิจัย 
            ขั้นตอนในการสร้างแบบสัมภาษณ์
            ขั้นที่ 1 ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีและหลักการจากหนังสือ วารสาร เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
            ขั้นที่ 2 กำหนดโครงสร้างของแบบสัมภาษณ์และเนื้อหาให้ตรงกับนิยามศัพท์เฉพาะ
            ขั้นที่ 3 สร้างแบบสัมภาษณ์ตามขอบเขตเนื้อหา เสนออาจารย์ผู้ควบคุมสารนิพนธ์ และนำมาปรับปรุงแก้ไขให้ชัดเจน ถูกต้องและตรงประเด็นตามคำแนะนำของอาจารย์ผู้ควบคุม
              ขั้นที่ 4 นำแบบสัมภาษณ์ไปให้ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญทางด้านการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย การจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ระดับปฐมวัย การจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ระดับปฐมวัยและการวัดผล / ประเมินผลตามสภาพจริงและอิงพัฒนาการของผู้เรียน เพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา วิเคราะห์ค่าดัชนีความสอดคล้อง ซึ่งได้ค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0.8-1.0  
            ขั้นที่ 5 นำแบบสัมภาษณ์ที่ปรับปรุงแก้ไขและให้อาจารย์ผู้ควบคุมสารนิพนธ์ และผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอีกครั้งเพื่อความสมบูรณ์
            ขั้นที่ 6 ทดลองใช้ (try ont) กับผู้ปกครองที่ต่างอาชีพ ต่างระดับการศึกษา และเป็นผู้ปกครองของเด็กที่ศึกษาอยู่ในระดับชั้นที่ต่างกัน จำนวน 3 คน และได้แบบสัมภาษณ์ที่สมบูรณ์
             ขั้นที่ 7 นำแบบสัมภาษณ์ที่สมบูรณ์ไปใช้สัมภาษณ์ผู้ปกครอง จำนวน 18 คน
             ขั้นที่ 8 สรุปจากแบบบันทึกการสัมภาษณ์เพื่อนำมาจัดทำแบบสอบถาม

สรุปผลการวิจัย
             ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะของผู้ปกครองกับพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ผู้วิจัยสรุปข้อค้นพบจากการศึกษาวิจัยได้ดังนี้
             1.การศึกษาคุณลักษณะของผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร พบว่าผู้ปกครองที่มีอาชีพรับราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานเอกชนทำงานส่วนตัว มีระดับการศึกษาปริญญาตรีและต่ำกว่า และจบการศึกษาระดับสูงกว่าปริญญาตรี มีการรับบริการอยู่ในระดับรวมอยู่มาก ซึ่งด้านการรับความรู้ในการพัฒนานักเรียนและด้านการรับความรู้ทั่วไป มีระดับการรับบริการ อยู่ในระดับมากทั้งสองด้าน 
               2.การศึกษาพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร โดยรวมมีการมีส่วนร่วมอยู่ในระดับมาก เมื่อจำแนกเป็นรายด้านพบว่า ด้านการเรียนรู้ที่บ้าน การอบรมเลี้ยงดูเด็ก การติดต่อสื่อสาร การตัดสินใจมีการมีส่วนร่วมอยู่ในระดับมาก ส่วนด้านการมีส่วนร่วมกับชุมชนพบว่าผู้ปกครองมีส่วนร่วมอยู่ในระดับปานกลาง แต่ด้านการอาสาสมัครมีการมีส่วนร่วมอยู่ในระดับน้อย
3.ผลของการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะของผู้ปกครองกับพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองพบว่า คุณลักษณะของผู้ปกครองที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.1 ได้แก่ คุณลักษณะของผู้ปกครองในการรับบริการทางวิชาการ ด้านความรู้ในการพัฒนานักเรียน โดยมีค่าความสัมพันธ์เท่ากับ .407 ส่วนด้านการรับความรู้ทั่วไป มีค่าความสัมพันธ์เท่ากับ .334 สำหรับตัวแปรด้านอาชีพ และระดับการศึกษา ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน เมื่อพิจารณาคำสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่างๆ กับพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนมีค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์ระหว่าง -.096-.407
              4. ผลของการวิเคราะห์ตัวแปรที่มีความสามารถในการทำนายพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน พบว่า คุณลักษณะของผู้ปกครองในการรับบริการทางวิชาการ ด้านความรู้ในการพัฒนานักเรียนสามารถทำนายพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนโรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร โดยความรู้ในการพัฒนานักเรียนเป็นตัวทำนายที่มีความสามารถในการทำนายมากที่สุด ได้ร้อยละ 17(R2=0.170)

ศึกษางานวิจัยเพิ่มได้ที่
 http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Ed_Adm/Vivan_S.pdf



แบบประเมินการนำเสนองาน




บรรยากาศการนำเสนองานของเพื่อนๆแต่ละกลุ่ม



















การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
- งานวิจัยที่นำเสนอในวันนี้ส่วนใหญ่คือเป็นแบบสำรวจ จะไม่เห็นรูปแบบการให้การศึกษาเด่นชัด แต่ก็มีเพื่อนกลุ่มหนึ่งมีตัวอย่างคือมีกิจกรรมให้เด็กได้ลงมือทำ ครูเป็นผู้ให้ความรู้ผู้ปกครองต้องดูแลพฤษติกรรมเด็ก จากนั้นผู้ปกครองก็จะประเมินเด็ก

การประเมินผล
ประเมินตนเอง:  วันนี้ก็ตั้งใจนำเสนองานดี แต่ช่วงที่เพื่อนนำเสนองานก็รู้สึกว่าง่วงนอน 
ประเมินเพื่อน :   เพื่อนๆหลายๆกลุ่มตั้งใจเตรียมการนำเสนองานและนำเสนองานได้ดี
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์ก็ให้ความรู้เกี่ยวกับการนำเสนองานวิจัยดี 




วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนครั้งที่ 7 

วันจันทร์ ที่ 26 เดือนกันยายน พ.ศ.2559 (เวลา 14.30-17.30น.)



***สอบกลางภาค ภาคเรียนที่ 1/2559***


วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนครั้งที่ 6
วันจันทร์ ที่ 19 เดือนกันยายน พ.ศ.2559 (เวลา 14.30-17.30น.)

เนื้อหาที่เรียน
บทที่ 5 รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองในสถานศึกษา
           สถานศึกษาปฐมวัยจะต้องทำหน้าที่และร่วมกันรณรงค์เพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาและการมีส่วนร่วมกับการศึกษาปฐมวัย โดยจะต้องพัฒนาทั้งความรู้และทักษะ เพื่อนำไปใช้กับเด็กอย่างถูกวิธี 
รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับชั้นเรียน          
ข่าวสารประจำสัปดาห์


            เป็นข้อมูลข่าวสารที่ส่งไปถึงผู้ปกครองเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับกิจกรรมของเด็กที่โรงเรียนและแนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่เด็กที่บ้านเพื่อให้ผู้ปกครองเข้าใจและร่วมกันพัฒนาเด็กไปในทิศทางเดียวกัน ข้อมูลประจำสัปดาห์ประกอบไปด้วย
                        - รายละเอียดของสาระการเรียนรู้ ประสบการณ์และกิจกรรมที่สถานศึกษาวางแผนไว้ประจำสัปดาห์
                        - พัฒนาการและการเรียนรู้ที่เด็กได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม
                        - กิจกรรมครอบครัว เป็นกิจกรรมที่พ่อแม่ ร่วมทำกับเด็กโดยในข่าวสารจะเสนอแนะกิจกรรมต่างๆ เช่น ประดิษฐ์ของเล่นสำหรับเด็ก เกม วาดภาพระบายสี เพลงคำคล้องจอง ปริศนาคำทาย ฯลฯ
                        - เรื่องน่ารู้สำหรับผู้ปกครอง เป็นการให้ข้อมูลความรู้เพื่อนำไปอบรมเลี้ยงดู ส่งเสริมพัฒนาการเด็กหรือแก้ไขปัญหาพฤติกรรมเด็ก
                        - ข้อเสนอแนะของผู้ปกครอง เป็นการให้ผู้ปกครองแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลในการสนับสนุนและพัฒนาเด็กให้ดียิ่งขึ้น

จดหมายข่าวและกิจกรรม
         เป็นการนำเสนอความรู้ให้แก่ผู้ปกครอง ในชั้นเรียนให้รับรู้ถึงข่าวสารและกิจกรรมที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ในการพัฒนาเด็ก โดยจัดส่งให้ผู้ปกครองในทุกสัปดาห์หรือตามความเหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่นำเสนอในจดหมายข่าวและกิจกรรมอาจจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังนี้
                        - ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเด็กและผู้ปกครอง
                        - กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการสำหรับผู้ปกครอง เช่น นิทาน ศิลปะ ภาษา ฯลฯ
                        - ความรู้สำหรับผู้ปกครอง ฯลฯ
            การพัฒนารูปแบบการให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองในการอบรมเลี้ยงดูเด็กต่ำกว่า 3 ปี ผ่านโรงพยาบาลชุมชนและสถานีอนามัย
            เป็นโครงการภายใต้งานวิจัยของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เกิดจากความต้องการให้ครอบครัวเป็นหลักของการพัฒนาเด็กในช่วงอายุต่ำกว่า 3 ปี ด้วยการให้พ่อแม่ ผู้ปกครองเป็นผู้เลี้ยงดูที่มีคุณภาพ โดยใช้รูปแบบการให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง ประกอบด้วย 4 รูปแบบ คือ
                        - วิธีกระบวนการเรียนรู้โดยการมีส่วนร่วม
                        - วิธีการสนทนากลุ่ม
                        - วิธีอภิปรายกลุ่ม
                        - วิธีการบรรยาย                      
ป้ายนิเทศให้ความรู้ผู้ปกครอง
              จัดเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ปกครองอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งสามารถจัดได้บริเวณหน้าชั้นเรียนของทุกห้องเรียน โดยนำข้อมูลความรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้ปกครอง จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย เช่น
                        - ข้อมูลจากนิตยสาร หนังสือพิมพ์ วารสาร
                        -  เกร็ดความรู้หรือสาระน่ารู้สำหรับผู้ปกครอง
                        - ภาพถ่ายกิจกรรมในชั้นเรียน
                        - ผลงานแห่งความภาคภูมิใจ
                        - กิจกรรมในโอกาสพิเศษ เช่น ทัศนศึกษา การแสดงในวันปีใหม่ ฯลฯ

การสนทนา
              การสนาเป็นรูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองที่เข้าถึงและตรงมากที่สุด การสนทนาเป็นแนวทางหนึ่งของการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีเพื่อผู้ปกครอง และช่วยในการให้ความรู้ผู้ปกครองเป็นไปได้อย่างราบรื่น โดยมีวัตถุประสงค์ในการสนทนาดังนี้
                        - เพื่อให้ครูและผู้ปกครองได้มีโอกาสพบปะพูดคุยและแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเด็ก
                        - เพื่อให้ผู้ปกครองเข้าใจถึงแนวทางการดำเนินงานของโรงเรียน
                        - เพื่อให้ครูและผู้ปกครองได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมเด็กขณะที่อยู่ที่โรงเรียนและที่บ้าน

รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับสถานศึกษา
 ห้องสมุดผู้ปกครอง
             เป็นสถานที่เก็บรวบรวมข้อมูลเอกสารต่างๆ อันเป็นแหล่งเรียนรู้ อีกรูปแบบหนึ่งของการให้บริการเผยแพร่ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ความเคลื่อนไหวหรือการเปลี่ยนแปลงที่ทันสมัยสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ปกครองได้มีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินงานของสถานศึกษา การอบรมเลี้ยงดู การส่งเสริมพัฒนาการเด็ก การจัดการศึกษา ซึ่งจะช่วยให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันและส่งผลต่อการจัดการศึกษาของสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพ

ป้ายนิเทศ
             ป้ายนิเทศในลักษณะนี้เป็นป้ายที่จัดเพื่อให้ความรู้และข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ปกครองทั้งสถานศึกษา ลักษณะของป้ายประกอบด้วย ภาพ ตัวอักษร ของจริง แผนภูมิ สถิติ ฯลฯ ป้ายนิเทศจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ดังนี้
                        - ข้อมูลการดำเนินงานของโรงเรียน เช่น ปรัชญา นโยบาย วัตถุประสงค์ ฯลฯ
                        - ข่าวสารประจำวันจากหนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร ฯลฯ
                        - ข่าวของสถานศึกษา เช่น การประชุม สัมมนา กิจกรรมต่างๆ
                        - ประกาศต่างๆ ของทางโรงเรียน เช่น วันหยุด นัดประชุมฯลฯ
                        - ข่าวสารบริการต่างๆ เช่น แนะนำสถานศึกษา ข้อมูลกิจกรรมของเด็ก
                        - กิจกรรมของสถานศึกษา เช่น กิจกรรมวันครู วันพ่อ วันแม่ ฯลฯ
                        - ป้ายสำหรับผู้ปกครองในการแสดงความคิดเห็น
            โครงการการให้ความรู้ผู้ปกครองดังกล่าวเป็นรูปแบบของการพัฒนาศักยภาพของผู้ปกครองให้มีความรู้ความเข้าใจและปฏิบัติหน้าที่ในการอบรมเลี้ยงดู และส่งเสริมพัฒนาการตลอดจนการจัดการศึกษาให้แก่เด็ก 
                        สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ได้จัดทำแผนงานพัฒนาพ่อแม่ ผู้ปกครอง สมาชิกในครอบครัวและผู้ที่เตรียมตัวเป็นพ่อแม่ ดังนี้
                        - สถานศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันรณรงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกให้แก่ประชาชนทั่วไปให้ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กปฐมวัย
                        - จัดบริการเสริมความรู้ ความเข้าใจ ฝึกทักษะให้พ่อแม่ ครอบครัว           คู่สมรสมีความเข้าใจในวิธีเลี้ยงดูเด็ก
                        - ส่งเสริมให้องค์กรของรัฐ เอกชน ท้องถิ่นจัดฝึกอบรมให้แก่พ่อแม่         คู่สมรสใหม่และผู้ปกครอง
                        - สนับสนุนโครงการต่างๆ ที่มีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาเด็กปฐมวัย
                        - จัดให้มีวิธีการประเมินผลการพัฒนาเด็กปฐมวัยโดยพ่อแม่ ผู้ปกครอง         
นิทรรศการ
              เป็นรูปแบบที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของสถานศึกษาให้แก่ผู้ปกครองได้อย่างกว้างขวางรูปแบบหนึ่งด้วยการใช่สื่อหรืออุปกรณ์หลายชนิดในการถ่ายทอดและเผยแพร่ความรู้ ข้อมูลข่าวสารเช่น ภาพเขียน ภาพถ่าย สถิติ หุ่น ผลงานเด็ก ภาพยนตร์ วีดีโอและซีดีซึ่งมีรูปแบบของนิทรรศการที่สามารถจัดได้ในสถานศึกษาดังนี้
                        - นิทรรศการเพื่อการประชาสัมพันธ์
                        - นิทรรศการเพื่อให้ความรู้
                        - นิทรรศการเพื่อความบันเทิง
มุมผู้ปกครอง
             เป็นบริเวณที่สถานศึกษาจัดให้บริการแก่ผู้ปกครองในระหว่างการเยี่ยมชมโรงเรียน การรอรับ-ส่งเด็ก หรือพบปะสังสรรค์ระหว่างผู้ปกครองหรือครู เป้าหมายสำคัญของการจัดมุมผู้ปกครองคือ
                        - เพื่อให้ผู้ปกครองได้ใช้เวลาว่างระหว่างการรอรับ-ส่งเด็ก ให้เกิดประโยชน์ด้วยการอ่านหนังสือ ฯลฯ
                        - เป็นบริเวณที่ให้ผู้ปกครองได้สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ระหว่างผู้ปกครองด้วยกัน
                        - เพื่อผู้ปกครองและเด็กได้ทำกิจกรรมร่วมกันตามความเหมาะสมในระยะเวลาสั้นๆ เช่น อ่านหนังสือ ดูภาพกิจกรรมของเด็ก ชมผลงานเด็ก ฯลฯ
การประชุม
               เป็นกิจกรรมหลักของสถานศึกษาที่สามารถใช้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารหรือให้ความรู้แก่ผู้ปกครองได้ดีที่สุด ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินงานของถานศึกษาบรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมาย จุดประสงค์ของการจัดประชุมผู้ปกครองมีดังนี้
                        - เพื่อแถลงนโยบายการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
                        - แลกเปลี่ยนทัศนคติระหว่าสถานศึกษากับผู้ปกครอง
                        - แจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงาน
                        - ประสานงานและทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง
                        - สร้างความสามัคคีระหว่างผู้ปกครองกับครู
                        - พัฒนาความรู้ความเข้าใจกับผู้ปกครองเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็ก การจัดการศึกษา ฯลฯ

จุลสาร
          เป็นลักษณะของสิ่งพิมพ์ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในทุกๆ ด้าน ให้แก่ผู้ปกครองได้รับทราบความเคลื่อนไหวและเพื่อประชาสัมพันธ์ เนื้อหาในจุลสารจะประกอบไปด้วย 4 ส่วน คือ ส่วนของบรรณาธิการ  เรื่องราวของเด็กๆ บทความรู้ และเบ็ดเตล็ด การจัดทำจุลสารเพื่อให้มีความน่าสนใจ โดยพิจารณาดังนี้
                        - เนื้อหาความรู้ที่นำเสนอ                     - จัดทำรูปเล่มให้น่าสนใจ
                        - ภาพประกอบมีสีสันสวยงาม - ภาษาไม่ควรจะเป็นวิชาการมากเกินไป
                        - ควรมีคอลัมน์สำหรับผู้ปกครอง
คู่มือผู้ปกครอง
            เป็นเอกสารที่ให้ความรู้ผู้ปกครองได้รับทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา โดยจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มเหมือนหนังสือทั่วไป ข้อมูลในคู่มือผู้ปกครองประกอบไปด้วย
                        - ปรัชญาและเป้าหมายของสถานศึกษา
                        - หลักสูตรและการจัดประสบการณ์
                        - บุคลากรเพื่อแสดงให้เห็นถึงความรู้ความสามารถ
                        - อาคาร สถานที่ สภาพแวดล้อม
                        - การจัดบริการและสวัสดิการต่างๆ
                        - กฎ ระเบียบ และแนวปฏิบัติ สำหรับผู้ปกครองได้ทราบโดยทั่วกัน
                        - การวัดและประเมินผล
ระบบอินเทอร์เน็ต
             เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร เวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ใช้เพื่อการเรียนการสอน และเวิลด์ไวด์เวป  (WWW.)  การใช้อินเทอร์เน็ตในการให้ความรู้ผู้ปกครองนับเป็นบริการด้านหนึ่งที่สถานศึกษาสามารถจัดทำในรูปแบบ เวิลด์ไวด์เวป  บริการให้ความรู้ผู้ปกครองผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่สถานศึกษาบรรจุลงในเว็บไซด์ สามารถให้ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับ
                        - ข้อมูลเกี่ยวกับสถานศึกษา - เครือข่ายสถานศึกษาที่เกี่ยวข้อง
                        - สาระความรู้ที่เป็นประโยชน์สำหรับเด็ก      
                        - กิจกรรมสำหรับผู้ปกครองและเด็ก
                        - กิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข่าวสาร ข้อมูล
                        - คำถามของผู้ปกครอง

บรรยากาศการเรียนในห้อง

เอกสารประกอบการเรียน


อาจารย์แจกกระดาษ A 4ให้คนละหนึ่งแผ่น 
ให้ออกแบบข่าวสารประจำสัปดาห์ของแต่ละคน


การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
การจัดป้ายนิเทศไม่ควรคัดผลงานเด็กที่ไม่ดีออก แต่ควรติดทุกชิ้นงาน แม้จะสวยไม่สวยก็ควรติด เพราะเด็กจะภูมิใจในผลงานของตนเองหรือถ้าวันนี้หนึ่งผู้ปกครองมารับเขาที่โรงเรียน เด็กก็จะบอกว่านี้คือผลงานของเขา พ่อแม่ผู้ปกครองเห็นก็จะภูมิใจที่เห็นลูกทำงานเหมือนคนอื่นๆได้
-รูปแบบในการให้ความรู้ผู้ปกครองดังกล่าว สถานศึกษาสามารถจัดให้บริการแก่ผู้ปกครอง โดยมีข้อคิดที่สำคัญคือการคิดหาสื่อและช่องทางที่จะทำให้ความรู้ต่างๆ ถึงผู้ปกครองอย่างถั่วถึง รวดเร็ว และมีการตอบกลับ เพื่อให้สถานศึกษาได้รับรู้ว่าผู้ปกครองตระหนักถึงบทบาทของตนเองต่อการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและทำให้การศึกษาระหว่างบ้านและสถานศึกษามีความเข้าใจที่ตรงกัน ทำให้การศึกษาเกิดแนวคิดต่อการพัฒนารูปแบบในการให้ความรู้ผู้ปกครองที่มีประสิทธิภาพมากสูงสุด  


คำถามท้ายบทที่ 5
1. รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับชั้นเรียน ครูประจำชั้นควรพิจารณาในการเลือกใช้รูปแบบใดบ้าง จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
ตอบ     1.ข่าวสารประจำสัปดาห์ เช่น เรื่องน่ารู้สำหรับผู้ปกครอง เป็นการให้ข้อมูลความรู้เพื่อนำไปอบรมเลี้ยงดู ส่งเสริมพัฒนาการเด็กหรือแก้ไขปัญหาพฤติกรรมเด็ก
2.จดหมายข่าวและกิจกรรม เช่น กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการสำหรับผู้ปกครอง นิทาน ศิลปะ ภาษา
3.ป้ายนิเทศให้ความรู้ผู้ปกครอง เช่น ข้อมูลจากนิตยสาร หนังสือพิมพ์ วารสาร
4.การสนทนา เช่น การนัดประชุมผู้ปกครอง
2. รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับสถานศึกษามีรูปแบบใดบ้าง จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
ตอบ     1.ห้องสมุดผู้ปกครองเช่น มีเฉพาะในโรงเรียนบางแห่งที่จัดสำหรับผู้ปกครอง
2.มุมผู้ปกครอง เช่น ดูภาพกิจกรรมของเด็ก
3.ป้ายนิเทศ เช่น แนะนำสถานศึกษา ข้อมูลกิจกรรมของเด็ก
4.นิทรรศการ เช่น นิทรรศการเพื่อการประชาสัมพันธ์
5.การประชุม เช่น แลกเปลี่ยนทัศนคติระหว่าสถานศึกษากับผู้ปกครอง
6.จุลสาร เช่น เรื่องราวของเด็กๆ
7.คู่มือผู้ปกครอง เช่น เอกสารเกี่ยวกับปรัชญาและเป้าหมายของสถานศึกษา
8.ระบบอินเทอร์เน็ต เช่น กิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข่าวสาร ข้อมูล
3. นักศึกษามีวิธีการหรือแนวทางแก้ปัญหาผู้ปกครองที่ไม่ให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมโครงการหรือกิจกรรมให้ความรู้ผู้ปกครอง จงอธิบาย
ตอบ    ครูควรเข้าไปพูดคุยปรับความเข้าใจหรือปรับทัศนคติของผู้ปกครอง เพื่อจะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น
4. การจัดกิจกรรมการให้ความรู้ผู้ปกครองมีความสำคัญและจำเป็นอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ มีความสำคัญมาก ทำให้ครูและผู้ปกครองได้ปรับพฤติกรรมให้เด็กส่งเสริมพัฒนาการที่ดี และปรับปรุงพฤติกรรมไม่ดีร่วมกัน
5. รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองที่มีประสิทธิภาพ มีลักษณะของรูปแบบอย่างไร จงอธิบายพร้อมแสดงความคิดเห็น
ตอบ  รูปแบบในการให้ความรู้ผู้ปกครองที่มีประสิธิภาพ สถานศึกษาสามารถจัดให้บริการแก่ผู้ปกครอง โดยมีข้อคิดที่สำคัญคือการคิดหาสื่อและช่องทางที่จะทำให้ความรู้ต่างๆ ถึงผู้ปกครองอย่างถั่วถึง รวดเร็ว และมีการตอบกลับ เพื่อให้สถานศึกษาได้รับรู้ว่าผู้ปกครองตระหนักถึงบทบาทของตนเองต่อการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและทำให้การศึกษาระหว่างบ้านและสถานศึกษามีความเข้าใจที่ตรงกัน 

การประเมินผล
 ประเมินตนเอง
        การเรียนในห้องเรียนวันนี้ ก็อบอุ่นดี เพื่อนเยอะ เนื้อหาที่อาจารย์มสอนวันนี้ไม่เยอะ ก็เข้าใจง่ายดีค่ะ
ประเมินเพื่อน
       เพื่อนๆทุกตนตั้งใจฟังอาจารย์สอนดี ช่วงที่อาจารย์ให้ออกมานำเสนองานที่ตนเองทำ มีเพื่อนหลายคนทำผลงานและนำเสนอได้ดีมากๆค่ะ
ประเมินอาจารย์
        วันนี้อาจารย์ก็สอนเนื้อหารวบรัดดีค่ะ เข้าใจง่าย มีสื่อการสอน มีเอกสารมีตัวอย่างให้เราดูเป็นแบบอย่างด้วย